จดหมายจาก มะนิลา ไทมส์

จดหมายเปิดผนึกถึงพลเมืองและรัฐบาลของประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย,  บรูไน, อินโดนีเชีย และเวียตนาม เรื่องการโต้แย้งสิทธิอธิปไตยเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้

alt

 

จากมูลนิธิวิจัยทะเลเอชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

 

จากภาพการกำหนดเขตเศรษฐกิจเฉพาะตามกฎหมายทางทะเลของอนุสัญญาสหประชาชาติ บริเวณไหล่ทวีปถูกกำหนดไว้ด้วยหลักการเดียวกัน  การกล่าวอ้างของประเทศจีนนั้นขัดแย้งกับอนุสัญญานี้ เขตน่านน้ำ 12 ไมล์ทะเลของหมู่เกาะพาราเซล, หมู่เกาะสปราทลี่ และหมู่เกาะสกาโบโร่นั้นอยู่นอกเหนือการกำหนดเขตนี้  ซึ่งรอการทำความตกลงสิทธิอธิปไตยเหนือภูมิประเทศดังกล่าวอยู่

 

อาณาเขตในทะเลจีนใต้ถูกกำหนดโดยประเทศฟิลิปปินส์, มาเลเชีย, บรูไน, อินโดนีเชีย, เวียตนามและจีน ทะเลเขตนี้สำคัญยิ่งยวดต่อเศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่ง และความปลอดภัยของประเทศเหล่านี้  ในโลกที่กว้างขวางกว่านี้ ทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินสมุทรที่สำคัญ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอุษาคเนย์ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และประเทศคู่ค้าที่สำคัญทั้งปวง

 

ดังนั้น การโต้แย้งกรณีทะเลจีนใต้ จึงสำคัญต่อพวกเราทั้งปวง ในบรรดาคู่แข่งคนสำคัญ ประเทศจีนโดดเด่นที่สุดในฐานะที่เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อประเทศอื่นๆ ที่เหลือ ประการแรก ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังถกเถียงกันเรื่องสิทธิเหนือหมู่เกาะเล็กๆ, แนวปะการังและแนวโขดหิน ประเทศจีนกลับเป็นประเทศเดียวที่อ้างสิทธิครอบครองเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมด ประการที่สอง กำลังทหารของประเทศจีนนั้นมากมายมหาศาลที่สุด และยังสามารถสร้างได้รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้อีกด้วย ประการที่สาม ประเทศจีนเป็นประเทศเดียวในบรรดาคู่แข่งทั้งหมดที่มีประวัติศาสตร์การใช้กำลังทหารเข้ายึดครองหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่จากประเทศอื่นๆ

 

การที่จีนอ้างสิทธิ์ครอบครองทะเลจีนใต้ก็เหมือนกับการที่บุคลคนหนึ่ง อ้างสิทธิ์ว่าตนเองเป็นเจ้าของอ็อกซิเจนในอากาศแต่เพียงผู้เดียว การอ้างสิทธิ์นี้มิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายหรือความเป็นธรรมใดๆ ถ้าจะทำให้เห็นภาพ ทะเลจีนใต้อาจถูกครอบงำได้ และประเทศที่เข้าขวางอาจถูกบีบคอเค้นในช่วงเวลาของความขัดแย้งนี้ได้

 

ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดที่ทะเลจีนใต้ต้องไม่ตกไปเป็นดินแดนของประเทศจีน หรือกลายเป็นทะเลของจีนไป ประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย, บรูไน, อินโดนีเชีย, เวียตนาม, กลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศจีน และประเทศอื่นๆ ทั้งปวงในโลกใบนี้ มีสิทธิ์ในทะเลสากลนี้ตามอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย, บรูไน, อินโดนีเชีย, เวียตนาม, กลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องสิทธิเหล่านี้จากความทะเยอทะยานอันไม่เป็นธรรมของประเทศจีน

 

เราขอเสนอว่า ประชากรและรัฐบาลของประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย, บรูไน, อินโดนีเชียและเวียตนาม ควรเลิกคิดกันถึงเรื่องของความแตกต่าง แล้วจับมือกันร่วมแก้ไขปัญหาตามแนวทางต่อไปนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนอนุสัญญา UNCLOS เรายังขอเสนอให้ประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนการไขปัญหาดังต่อไปนี้ด้วย ดังนี้

 

1.     ภูมิประเทศแถบทะเลจีนใต้ เช่น หมู่เกาะ, แนวปะการัง, โขดหิน ซึ่งปกติมิได้อยู่เหนือกระแสน้ำขึ้นสูง  ไม่จัดว่าเป็นเขตน่านน้ำ, เขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือไหล่ทวีป

2.     ภูมิประเทศที่เป็นข้อแย้ง ซึ่งปกติอยู่เหนือกระแสน้ำขึ้นสูง จัดว่าเป็นเขตน่านน้ำออกไป 12 ไมล์ทะเล แต่ไม่ใช่เขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือบริเวณไหล่ทวีปที่โพ้นจากเขต 12 ไมล์ทะเลไป ประเทศที่พึงได้รับสิทธิ์เหนือพื้นที่โต้แย้งดังกล่าว พึงได้รับสิทธิ์เหนือน่านน้ำรอบๆ ภูมิประเทศดังกล่าวด้วย แต่ไม่สามารถใช้เพื่ออ้างสิทธิ์เหนือเขตเศรษฐกิจจำเพาะหรือไหล่ทวีปที่โพ้นจากบริเวณ 12 ไมล์ทะเลได้

3.     บริเวณเขตทะเลจีนใต้นอกเหนือเขตน่านน้ำของพื้นที่โต้แย้ง ให้กำหนดเป็นเขตน่านน้ำ (ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ครั้งที่ 2) เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ครั้งที่ 5) และไหล่ทวีป (ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ครั้งที่ 6) เป็นพื้นที่ของประเทศจีน, ฟิลิปปินส์, มาเลเชีย บรูไน, อินโดนีเชีย และเวียตนาม

4.     เส้นแบ่งเขตที่ใช้ในการอนุมัติข้างต้น ต้องเป็นไปตามตามอนุสัญญา UNCLOS (มาตรา 5, 6, 7 และ เฉพาะกรณีของประเทศฟิลิปปินส์กับอินโดนีเชียเท่านั้น ถือตามมาตรา 47)

5.     หากมีข้อโต้แย้งเนื่องมาจากอาณาเขตทางทะเลที่ทับซ้อนกันอยู่ ข้อโต้แย้งดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม และผลลัพธ์ต้องเป็นไปตามตามกฎหมายระหว่างประเทศ

6.     สิทธิของประเทศอื่นๆ ที่พึงมีพึงได้ ตามอนุสัญญา UNCLOS ต้องได้รับการรับประกัน

 

ภูมิประเทศที่เป็นข้อโต้แย้ง กล่าวคือ หมู่เกาะสปราทลี่, หมู่เกาะพาราเซล และบริเวณหินโสโครก สกาโบโร่ ไม่นับเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือบริเวณไหล่ทวีป ด้วยเหตุนี้ การกำหนดเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป จึงไม่ขึ้นอยู่กับกระทู้เรื่องสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตที่โต้แย้งกันอยู่ และการกำหนดนี้จะบรรลุผลได้ แม้ว่ากระทู้เรื่องสิทธิอธิปไตยจะยังมิได้รับการแก้ไข เงื่อนไขเหล่านี้ จะเป็นเครื่องป้องกันสิทธิและความมั่นคงของประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย, บรูไน, อินโดนีเชีย, เวียตนาม และประเทศอื่นๆ ทั้งปวงได้

 

หากประเทศฟิลิปปินส์, มาเลย์เชีย, บรูไน, อินโดนีเชียและเวียตนาม ยังคงผลักดันการอ้างสิทธิ์นี้ โดยปราศจากการสนับสนุนซึ่งกันและกัน หรือจากประชาคมโลก ท้ายที่สุด ทะเลจีนใต้อาจตกเป็นดินแดนของประเทศจีน หรืออย่างน้อย ก็อาจกลายเป็นทะเลสาบของจีนไปได้ โอกาสที่ดีที่สุดที่ประเทศเหล่านี้มีอยู่เพื่อปกป้องสิทธิ์นี้ ก็คือการร่วมตอบรับเป็นเสียงเดียวกันในเวทีสากล ร่วมมือกันบนพื้นฐานของความเป็นธรรมเพื่อเราทั้งผอง ภายใต้บทบัญญัติอนุสัญญา UNCLOS ส่งเสริมกันและกัน และโดยได้รับการสนับสนุนจากประชาคมโลก

 

มูลนิธิวิจัยทะเลเอชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นองค์กรส่วนบุคคลซึ่งได้รับเงินทุนจากกลุ่มประเทศอาเซียนทั่วโลก ทัศนะที่เขียนไว้ในบทความนี้มิใช่ความเห็นอย่างเป็นทางการของกลุ่มประเทศอาเซียนแต่อย่างใด

Advertisements

Trả lời

Mời bạn điền thông tin vào ô dưới đây hoặc kích vào một biểu tượng để đăng nhập:

WordPress.com Logo

Bạn đang bình luận bằng tài khoản WordPress.com Đăng xuất / Thay đổi )

Twitter picture

Bạn đang bình luận bằng tài khoản Twitter Đăng xuất / Thay đổi )

Facebook photo

Bạn đang bình luận bằng tài khoản Facebook Đăng xuất / Thay đổi )

Google+ photo

Bạn đang bình luận bằng tài khoản Google+ Đăng xuất / Thay đổi )

Connecting to %s